วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556





พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่หลวงวิจารณ์เจียรนัย(เฮง) ปัจจุบันราคาเริ่มต้นที่ สอง-สาม  ล้าน ในองค์ที่สภาพพอใช้แต่ในองค์ที่สวยๆราคาหลักสิบล้านขึ้นไปแล้วครับ ดูข้อมูลจากแหล่งข่าวล่าสุดที่นี่ http://www.somdej1899.com ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พระสมเด็จวัดระฆัง๕องค์๒๕๐ล้าน!

พระสมเด็จวัดระฆัง๕องค์๒๕๐ล้าน! องค์ลุงพุฒ-องค์ครูเอื้อ-องค์น้ำหมาก-องค์เสี่ยหน่ำ-องค์ขุนศรี

             "พ.อ.(พิเศษ)ประจน กิตติประวัติ" อดีตนายทหารประจำกองบัญชาการทหารสูงสุด หรือ "ตรียัมปวาย" ได้จัดทำเนียบชุดพระเครื่อง "เบญจภาคี" ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕  โดยเมื่อแรกเริ่มยังคงเป็นเพียง "ไตรภาคี" คือ มีเพียง ๓ องค์เท่านั้น ประกอบด้วย "พระสมเด็จ" วัดระฆังโฆสิตาราม เป็นองค์ประธาน ซ้ายขวาเป็น พระนางพญา จ.พิษณุโลก และพระรอด จ.ลำพูน หลังจากนั้นจึงได้ผนวก "พระกำแพงซุ้มกอ" กำแพงเพชร และ "พระผงสุพรรณ" สุพรรณบุรี เข้าเป็นชุดเบญจภาคี สุดยอดปรารถนาของนักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย จากค่านิยมกันในหลักพันบาท และทะยานเข้าสู่หลักล้านในปัจจุบันนี้

             ทั้งนี้หากเมื่อมองย้อนกลับไปในครั้งนั้น พระเครื่องที่ได้รับความนิยมชมชอบมากเป็นพิเศษแล้ว คือ พระเครื่องที่มีพุทธคุณในด้าน "คงกระพันชาตรี" ซึ่งการจัดทำทำเนียบเบญจภาคีนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดความนิยมพระเครื่องทั้ง ๕ องค์ ในชุดดังกล่าว อันล้วนเป็นพระเครื่องที่มีราคาการเช่าที่สูงๆ ทั้งสิ้น

             "พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม" เป็นพระที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้างขึ้น กล่าวกันว่าท่านเริ่มสร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๙ ภายหลังจากโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระสมเด็จพุฒาจารย์ จึงเรียกขานพระเครื่องที่สร้างขึ้นว่า "พระสมเด็จ" และได้สร้างเรื่อยมาจนถึง พ.ศ.๒๔๑๕ โดยได้แจกจ่ายแก่บรรดาญาติโยมที่มาเยี่ยมเยียน และเมื่อครั้งออกบิณฑบาตในตอนเช้า ครั้นหมดก็สร้างใหม่ ปลุกเสกด้วยคาถาชินบัญชรที่ท่านได้มาจากเมืองกำแพงเพชร ผู้แกะพิมพ์ถวาย คือ หลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างทองในราชสำนัก

             การเช่าการขายพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ ที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับแถวหน้าเช่น "องค์เสี่ยหน่ำ" อย่าง "องค์ลุงพุฒ" "องค์ขุนศรี" "องค์เล่าปี่" "องค์กวนอู" "องค์บุญส่ง" "องค์เจ้แจ๋ว" "องค์เจ๊องุ่น" "องค์ครูเอื้อ" "องค์เสี่ยดม" และ "องค์มนตรี" ล้วนมีการเช่าการขายกันองค์ละหลายสิบล้านบาททั้งสิ้น โดยเฉพาะ "องค์ขุนศรี" หรือ "องค์มนตรี" ซึ่งนายมนตรี พงษ์พานิช นักการเมืองชื่อดังในอดีตได้ครอบครอง เป็น พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์ทรงเจดีย์ทั้งสององค์ เช่ากันเกือบ ๕๐ ล้านบาท แต่ก็เป็นที่ทราบกันในวงการพระเครื่องเท่านั้น เนื่องเพราะการติดต่อเรื่องราคาอยู่ที่ผู้ขาย และผู้เช่าเท่านั้น

             อ.ราม วัชรประดิษฐ์ นักประวัติศาสตร์ด้านพุทธศิลป์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท์พระเครื่อง และเจ้าของ  www.aj-ram.com  บอกว่า ตำนานแห่งรังพระในอดีต ที่มีชื่อเสียงมีอยู่ ๔ รังใหญ่ๆ คือ ๑.รังพระของครูเอื้อ สุนทรสนาน เจ้าของตำนานพระสมเด็จองค์ครูเอื้อ  ๒.รังพระของเจ้แจ๋ว เจ้าของสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์เจ้แจ๋ว ๓.รังพระของท่านลพ ซึ่งเป็นพระภิกษุ ถือว่าเป็นรังที่มีพระพุทธรูปบูชาที่เก่าแก่จำนวนมาก และ ๔.รังพระของคุณฉ่าหลี ยงสุนทร อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ถือว่าเป็นเจ้าของรังพระที่รู้จักกันดีในวงการพระโบราณ มีพระชุดเบญจภาคีชั้นนำอยู่นับสิบองค์ เช่น เจ้าของพระสมเด็จ วัดระฆัง องค์ลุงพุฒิ  พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ขุนศรี

             นอกจากนี้แล้วยังมีเจ้าของรังพระที่มีชื่อเสียงแต่ปัจจุบันกลายเป็นตำนานไปแล้วเช่นกัน คือ รังพระของเสถียร เสถียรสุต รังพระของอุดม กวัสราภรณ์ รังพระของชลอ รับทอง รังพระของมนตรี วงศ์วิรัช รังพระของอาจารย์นิยม อสุนี ณ อยุธยา รังพระของ เชาว์ ริเวอร์ รังพระของ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร และรังพระของกำนันชูชาติ มากสัมพันธ์

             พระสมเด็จวัดระฆัง มีหลายพิมพ์ด้วยกัน แต่ที่พิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาพิมพ์พระทั้ง ๕ พิมพ์ คือ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน มีทั้งเนื้อละเอียด เนื้อหยาบ เนื้อแก่น้ำมันตังอิ๊ว หรือเนื้อสังขยา และเนื้อแก่ปูน ลักษณะ พิมพ์ทรง เป็นรูปสมมุติของพระพุทธเจ้านั่งในระฆังคว่ำ องค์พระแลดูนั่งเอียงไปทางขวา ปลายพระเกศสะบัดเอียงไปทางซ้าย ในบางองค์อาจทะลุซุ้มด้านบน แลเห็นหูพระด้านซ้ายเป็นแนวจางๆ ยาวลงมา ไหล่ซ้ายดูยกสูงกว่าไหล่ขวา มองเห็นปลายพระบาท ยื่นเล็กน้อย ฐานขั้นล่างสุดเหมือนสี่เหลี่ยมคางหมู

             "ค่านิยมหรือราคา พระสมเด็จที่มีชื่อ ๕ องค์ ซึ่งเป็นพระสมเด็จองค์แชมป์ระดับตำนาน ประกอบด้วย องค์ลุงพุฒ องค์ครูเอื้อ องค์น้ำหมาก องค์เสี่ยหน่ำ องค์ขุนศรี น่าจะไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ ล้าน หรือประมาณองค์ละไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้านบาท และที่สำคัญ คือ พระสมเด็จทั้ง ๕ องค์คงไม่ย้ายรังไปไหนอย่างน้อยอีก ๕๐ ปี เป็นแน่ เพราะเจ้าของรังล้วนขึ้นชื่อว่าเป็นอภิมหาเศรษฐี รวมทั้งมีลูกหลานที่พร้อมรักษาไว้เป็นสมบัติของตระกูลต่อไป" อ.ราม กล่าว

             สำหรับประโยคคำพูดที่ว่า "ดิน" สร้างพระสมเด็จเป็นดินที่โคตรแพงที่สุดในโลก นั้น อ.ราม บอกว่า คงไม่ถูกทั้งหมดเพราะที่จริงแล้ว พระสมเด็จวัดระฆังไม่ได้ทำจากดิน หากทำขึ้นมาจากผงวิเศษต่างๆ ที่เจ้าประคุณสมเด็จโต ได้รวบรวมเอาไว้ กว่าจะได้แต่ละอย่าง แต่ละชนิด ล้วนยากลำบาก ต้องผ่านกรรมวิธีมากมายในการจัดสร้างวัตถุมงคลให้เข้มขลังเชื่อถือได้ ตามแบบโบราณ แต่ถ้าจะเป็นดินที่โคตรแพงที่สุดในโลก น่าจะเป็นพระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน ซึ่งก็เป็น ๑ ใน ๕ เบญจภาคี เพราะพระรอดลำพูน ทำจากดินในสมัยโบราณ ยุคพระนางจามเทวี ล่าสุดมีการซื้อขายกันในสภาพสวยๆ ถึงองค์ละเกือบ ๒๐ ล้านบาท 

พระสมเด็จองค์ขุนศรีย้ายรัง
             "รังพระ" ที่ขึ้นชื่อของวงการพระเครื่องในปัจจุบัน ซึ่งมูลค่าของพระบางรังอาจจะสูงถึงหลักพันล้าน เช่น รังพระของนายไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ หรือ "โป๊ยเสี่ย" เจ้าของพระสมเด็จองค์ลุงพุฒิ (พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่) รังพระของนายปรีดา อภิปุญญา หรือ "เฮียหนึ่ง" เจ้าของพระสมเด็จองค์ครูเอื้อ (พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่) พระเครื่ององค์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระดังในตำนานที่ย้ายเข้าไปอยู่ในรังของ นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อดิวตี้ฟรี” หรือ เสี่ยวิชัย มี ๒ องค์ คือ พระสมเด็จ "องค์เปาบุ้นจิ้น" และ พระสมเด็จ“องค์ขุนศรี”

             ตำนาน พระสมเด็จ “องค์ขุนศรี” ออกสู่วงการเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งสมัยนั้น คุณอภิชาติ กุลอนรรฆพันธุ์ หรือรู้จักกันดีในนาม “ชาติ สมปอง” เป็นผู้อัญเชิญออกมาจากวังของเจ้านายชั้นหม่อมเจ้าพระองค์หนึ่งซึ่งว่ากันว่าได้มาควบคู่กันกับพิมพ์เกศบัวตูมองค์แชมป์ออฟเดอะแชมป์อีกเช่นกัน และต่อมา พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พระประธานองค์นี้ ถูกคุณนิยม อสุนี ณ อยุธยา นักสะสมพระเครื่องอาวุโสแห่งเมืองปากน้ำโพ เป็นผู้อัญเชิญไปครอบครองต่อ ก่อนที่จะเป็นข่าวใหญ่ฮือฮาเมื่อ นายมนตรี พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม และรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง นักการเมืองผู้ล่วงลับ  ไม่ลังเลที่จะจ่ายถึง ๔๕ ล้าน

             “พระสมเด็จองค์ขุนศรี” เป็นพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พระประธาน ซึ่งมีประวัติตำนานการครอบครองและการยอมรับอย่างโดดเด่นควบคู่กันกับ “องค์ลุงพุฒิ” ความเดิมเล่าขานสืบกันมาว่า พระสมเด็จองค์นี้ ครั้งแรกอยู่ในครอบครองของคุณฉลี ยงสุนทร ซึ่งได้มาจากเจ้านายชั้นหม่อมเจ้าพระองค์หนึ่ง ภายหลังนายอภิชาติ กุลอนรรฆพันธุ์ หรือ “ชาติ สมปอง” เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการเจรจาแลกเปลี่ยน นำออกจากรังของคุณฉลี ควบคู่มากับพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูม ตกเป็นข่าวใหญ่ในสนามพระยุคนั้น
แหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก โดยชมรมพระเครื่องเบญจภาคี www.somdej1899.com