วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ชี้จุดตำหนิพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่


ชี้จุดเอกพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่วัดระฆัง

























เพิ่มคำอธิบายภาพ




    จุดเด่นเซียนดังชี้จุดตำหนิพระสมเด็จพิมพ์
ใหญ่ด้านหน้า


จุดที่ 1.เส้นชุ้มด้านขวามือองค์พระตั้งแต่หัวใหล่ขวาองค์พระขึ้นไปจะมีลักษณะเดินเป็นเส้นตรงอยู่
ช่วงหนึ่ง

         2.พระเกศมีทั้งทะลุชุ้มและไม่ทะลุชุ้ม

         3.พระพักตร์(หน้า)ลักษณะคล้ายผลมะตูม

         4.เส้นบังคับพิมพ์เป็นจุดเด่นที่สำคัญอีกจุดครับโดยเส้นขอบบังคับพิมพ์ด้านขวาองค์พระจะวิ่งจากด้านบนสุดมาจรดขอบชุ้มมุมล่างสุดขององค์พระ

         5.ร่องระหว่างฐานจะลึกกว่าผนังองค์พระ

         6.ปลายเท้าซ้ายสิ้นสุดในแนวดิ่งตรงกับแขนขวา

         7.หัวฐานตัดเฉียง

         8.ฐานชั้นกลางมีลักษณะเป็นคมขวานเรียกว่าฐานสิงห์

          9.ฐานคล้ายเรือสำเภา

         10.ที่ศอกช้ายขององค์พระจะปรากฏชายจีวรพาดมาหาหัวเข่าด้านซ้าย

          11.ชอกพระกัจจะ(รักแร้)ซ้ายจะสูงกว่าด้านขวา

          12.องค์ที่ติดชัดจะเห็นหูรำไร

          13.จุดจบเส้นบังคับแม่พิมพ์จะอยู่กึ่งกลางไกล้ข้อศอกพอดี

           14.พื้นผิวพระในชุ้มจะต่ำกว่านอกชุ้ม


หมายเหตุ  การดูจุดตำหนินั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาพระสมเด็จฯเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องจบตรงนี้ การพิจารณาศึกษาดูมวลสาร เนื้อพระ ธรรมชาติความเก่าขององค์พระควบคู่ไปด้วย การศึกษาค้นคว้าจากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ และ ตำราจากนักวิชาการ จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการพิจารณาพระแท้ได้อีกแนวทางหนึ่งครับ
 


     การพิจารณาด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆัง



































































































































ชี้จุดเด่นด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังจุด 1-4

         จุดที่ต้องสังเกตุดูด้านหลัง คือ การที่จะเกิดริ้วรอยต่างๆ จากการกดปาดพิมพ์ ตั้งแต่แรกสำหรับการกด และ ไล่ปาดจากบนลงล่าง เพื่อให้พิมพ์ด้านหน้าติดชัดเจน และ ผลจากการใช้ชิ้นไม้ออกแรงปาดนี่เอง ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ  อีกทั้งยังสัมพันธ์ กับ ความเหนียวหนึบหรือแห้งเปียกของเนื้อพระขณะกดแม่พิมพ์อีกด้วย ทำให้ธรรมชาติระยะเวลาแปรเปลี่ยนเกิดขึ้น เป็นหลุมบ่อน้ำตาชึ้งเกิดจากการยุบตัวของมวลสาร และ ยังมีลอยปูไต่ ลอยปริแยก รอยปริอ้า ทั่วๆไปตามด้านหลังพระสมเด็จฯ ชึ่งทำให้มีการกำหนดชื่อ เรียกไว้หลายแบบ ตามลักษณะของริ้วรอยที่เกิดขึ้นเช่น หลังกระดาน หลังกาบหมาก หลังสังขยา หลังเรียบ หลังขอบอ้า หลังปูไต่ ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะปรากฎริ้วรอยใดๆก็ตาม จะต้องมีความเป็นธรรมชาติเกิดขึ้น กล่าวคือ ไม่ดูขัดตา ไม่เน้นริ้วรอยจนชัดเจนมากเกินไป อย่างที่ของปลอมใช้วิธีปรุงแต่งกัน ดังนั้นถ้าเกิดท่านเจอหลังที่มีรอยกระดานไขว้เต็มไปหมด หรือ หลังยุบย่นจนน่าเกลียด แล้ว อ้างว่าเป็นของเก่า ขอได้พึงตระหนักดูว่า นั่นคือของปลอมเรียนแบบ แบบเนียนๆ ที่บรรดาเซียนๆ ตายมาแล้วหลายคน





โดยชมรมพระเครื่องเบญจภาคี 

www.somdej1899.com
         

15 ความคิดเห็น:

  1. อยากให้ท่านสมาชิกเข้าดูกันนะครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ติดตามข้อมูลชมรมฯทางยูทูปได้ที่นี่...https://www.youtube.com/channel/UC1O4u7jnPNkxyJJyqFagksA

      ลบ
  2. ได้ความรู้ดีครับ

    ตอบลบ
  3. กำลังเริ่มศึกษาครับ

    ตอบลบ
  4. ขออนุญาติแชร์นะครับ

    ตอบลบ
  5. ต้องการปล่อย ที่ไหนดีคับ
    หรือ ท่านใดสนใจ @Line ไอดี boomerangkkc

    ตอบลบ
  6. เรื่องจริงที่น่าเพยแพร่ครับ

    ตอบลบ
  7. ผมมีสมเด็จเกศ อกร่อง6ชั้นอยู่ และผมต้องการปล่อยผมควรทำอย่างไงคับ ช่วยแนะนำหรือหาผู้ซื้อให้ผมหน่อยคับ

    ตอบลบ
  8. ดีมากครับเป็นความรู้ที่ควรศึกษาและจดจำเป็นอย่างยิ่งครับเพื่ออนาคตของวงการพระเก่าพระเครื่องครับขอบคุณมากๆจากใจจริงครับ

    ตอบลบ
  9. ขอให้ท่านลองเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับแม่พิมพ์ของท่านหลวงวิจารณ์เจียรนัยในวีดีโอเปิดกรุสมบัติหลวงวิจารณ์ฯที่เผยแพร่ประมาณปี 2558 ดูหลายๆตอนโดยเฉพาะตอนที่ 24 จะเห็นว่าแม่พิมพ์ของท่านหลากหลายซึ่งมีทั้งแม่พิมพ์ที่กดพระออกมาแล้วสำหรับพิมพ์ใหญ่มีทั้งสองแบบคือแบบที่ไม่มีเส้นวาสนาก็มีและแบบทีมีเส้นวาสนาก็มี ให้ท่านๆลองใช้วิจารณญาณดูเอาเองถึงหลักฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฎออกมาแล้วเองว่าจะเชื่อถือตามคำบอกเล่า บทความ หนังสือหรือตำหรับตำราต่างๆที่อ้างและเขียนตกทอดกันขึ้นมาอย่างถูกๆผิดๆนั้นต่อไป และไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ปรากฏแต่ยังมีเรื่องอื่นๆอีกที่น่าศึกษาเช่นสมเด็จวังหน้า วังหลัง สมเด็จวัดพระแก้วฯก็ยังมีปรากฏในแม่พิมพ์ของท่านเช่นกัน จะถูกผิดอย่างไรก็ขออภัยไว้ที่นี้ เป็นเพียงข้อสังเกตและความคิดเห็นผมเอง..ขอบคุณ

    ตอบลบ
  10. สมเด็จวัดระฆังแท้ที่ไม่บรรจุกรุควรจะหมดไปแล้วนับแต่ภายหลังปี2416แล้ว..จากนั้นจึงมีการขโมยตกเบ็ดและเจาะกรุบางขุนพรหมอีกเพราะรู้ว่ามีพระสมเด็จวัดระฆังที่เรียกว่า"พระสองคลอง"อยู่นั่นเอง..จนมาสมัยตรียัมปวายมีการเขียนหนังสือพระสมเด็จก็ทำให้เริ่มมีพระปลอมระบาด ส่วนพระสมเด็จกรุวังหน้า,วัดพระแก้ว อยู่ในมือของเจ้าใหญ่นายโตสายวังส่วนใหญ่ทั้งหมด ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ได้ครองก็ต้องหันไปเล่นกรุบางขุนพรหมแทนและต่อมาได้เกิดขบวนการปลอมออกพิมพ์พระเก๊เป็นพระแท้..ปั่นทั้งกระแสและราคา

    ตอบลบ
  11. อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าแท้ ทั้งอายุธรรมชาติการหดเหี่ยวแห้งถึงยุค ไม่ใช่อย่างที่เซียนเล่น น้ำมันฉ่ำเย้มเชียว

    ตอบลบ
  12. แจ๋วมากเลยครับตำหนิละเอียดดีครับ

    ตอบลบ
  13. ชอบบทความนี้ที่มีรูปภาพประกอบคำอธิบายอย่างหลากหลาย ภาพคมชัด เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจศึกษาพระสมเด็จเป็นอย่างยิ่งครับ

    ตอบลบ
  14. ถ้าสมุด​เรามีเหมือนในตัวอย่างทั่งเนื้อแล้วตำหนิ​ เราจะำปปล่อยมีคนเค้าจะเอามัย.. ครับ​

    ตอบลบ